ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : อุรุกวัย

หากพูดถึงฟุตบอลโลกแล้ว อุรุกวัย
คืออีกหนึ่งชาติที่สามารถยืดอกพูดได้เต็มปากว่าพวกเขาประสบคว
ามสำเร็จในรายการนี้ โดยเฉพาะยุคเริ่มต้นของเกมกีฬาอย่าง
“ฟุตบอล”
ที่พวกเขาครองความเป็นเต้ยชนิดที่มหาอำนาจในยุคหลังไม่อาจเ
ทียบเคียงได้
อย่างไรก็ตาม หลัง “ฟุตบอล” แพร่กระจายไปทั่วโลก
ความเอกอุเหนือชาติอื่นของ อุรุกวัย ก็เริ่มลดน้อยถอยลง
เมื่อพวกเขาไม่เคยเฉียดเข้าใกล้คำว่าแชมป์ได้เลย
ผลงานดีที่สุดในทศวรรษหลังคือการคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก
2010
ทว่านั่นกลับเป็นแรงกระตุ้นชั้นยอดที่ทำให้ อุรุกวัย
ก้าวกลับมาเป็นชาติมหาอำนาจของวงการลูกหนังโลกอีกครั้ง
เมื่อพวกเขาต่อยอดด้วยการคว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2011
ตามด้วยอันดับ 4 คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2013
และเข้ารอบน็อกเอาท์ ฟุตบอลโลก 2014
ก่อนจะถึงรัสเซีย
ในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 โซนอเมริกาใต้ พลพรรค
“จอมโหด” ทำผลงานได้อย่างร้อนแรง
เมื่อเดินหน้ากวาดชัยเป็นว่าเล่น เบ็ดเสร็จเก็บไปถึง 31 คะแนน
จาก 18 นัด คว้าอันดับ 2 ของโซนอเมริกาใต้ ตีตั่วไปรอบสุดท้าย
ที่รัสเซีย แบบไม่ยากเย็น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลสำหรับ อุรุกวัย ในรอบสุดท้าย
คือขุมกำลังผู้เล่นที่ไม่แข็งแกร่งเหมือนเก่า
เนื่องจากตัวหลักหลายคนเริ่มโรยรา ขณะที่ กาสตัน รามิเรซ,
นิโกลัส โลเดโร่ หรือ อเบล เอร์นานเดซ ที่เคยเป็นความหวัง
ดันฟอร์มตกไปอีก
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เราจะได้เห็น อุรุกวัย
ต้องฝากความหวังเอาไว้กับดาวรุ่งโนเนมหลายราย
โดยเฉพาะแดนกลางที่ยกเครื่องใหม่หมด นำโดย โรดริโก้

เบนตานคูร์, นาฮิตัน นานเดซ, ลูคัส ตอร์เรร่า, มาติอัส เวชิโน่ และ
จอร์เจียน เด อาร์ราสเซต้า
บทสรุปที่รัสเซีย
ศึกฟุตบอลโลก 2018 อุรุกวัย จับสลากมาอยู่ร่วมกลุ่ม เอ กับ
รัสเซีย, ซาอุดิอาระเบีย และ อียิปต์
ซึ่งแม้พวกเขาจะโดนคอนขอดเรื่องศักยภาพของผู้เล่น แต่
ออสการ์ ตาบาเรซ
ก็นำทีมผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ด้วยผลงานชนะรวด 3 นัด เก็บ 9
คะแนนเต็ม
รอบ 16 ทีมสุดท้าย อุรุกวัย
โคจรมาปะทะแข้งกับของแข็งอย่าง โปรตุเกส ซึ่งรอบเกมตลอด 90
นาที เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่สุดท้าย เอดินสัน คาวานี่
สวมบทฮีโร่เหมาคนเดียวสองประตู นำทีมเบียดชนะหวุดหวิด 2-1
กระนั้นด้วยขุมกำลังที่ไม่อาจทดแทนกันได้ ก็เล่นงาน
อุรุกวัย เข้าอย่างจังในเกมรอบควอเตอร์ไฟนอล เมื่อพวกเขาไร้เงา
เอดินสัน คาวานี่
อีกทั้งดาวรุ่งในแดนกลางยังไม่สามารถแบกความกดดันได้
ก่อนปิดจ็อบที่รัสเซีย ด้วยการพ่ายแพ้ ฝรั่งเศส 0-2
อนาคตต่อจากนี้
การกรุยทางเข้าถึงรอบควอเตอร์ไฟนอล
ก่อนพลาดท่าแพ้แชมป์ในบั้นปลาย ทำให้ อุรุกวัย
ได้รับเครดิตค่อนข้างมาก
เนื่องจากขุมกำลังส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงนักเตะหนุ่มที่ยังสามารถพั
ฒนาฝีเท้า และเป็นตัวหลักของทีมได้อีกหลายปี
นั่นทำให้ สมาคมฟุตบอลอุรุกวัย ยังคงไว้ใจให้ ออสการ์
ตาบาเรซ รับหน้าที่เทรนเนอร์ต่อไป
โดยมีภารกิจสำคัญในศึกโคปา อเมริกา 2019
เวทีใหญ่หนสุดท้ายของสตาร์หลายราย อาทิเช่น เอดินสัน คาวานี่,
หลุยส์ ซัวเรซ หรือ ดิเอโก้ โกดิน

ตัดเกรด : ตามเป้า

Writen by suspicious

Join the discussion

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *