เปิดตำนานฟุตบอลโลก : อังกฤษ 1966

ศึกฟุตบอลโลกเดินทางมาถึงครั้งที่ 8 และในที่สุด อังกฤษ ชาติที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดฟุตบอลสมัยใหม่ ก็ถึงคราวได้รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพกับเขาบ้าง หลังเอาชนะ เยอรมันตะวันตก ในการโหวตไปแบบสุดระทึก 34 ต่อ 27 เสียง

ไม่มีใครสงสัยในศักยภาพของ อังกฤษ สำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก เมื่อ 8 สนามที่พวกเขาใช้ในการแข่งขัน ล้วนแล้วแต่มีความจุเกิน 40,000 คน โดยเฉพาะเวมบลีย์ สเตเดี้ยม ที่จุได้ถึง 100,000 คน

นอกจากนี้ ศึกฟุตบอลโลก 1966 ยังเป็นครั้งแรกที่มีการสร้างสัตว์นำโชคขึ้น ซึ่ง อังกฤษ เลือกที่จะใช้สิงโตชื่อว่า “วิลลี่” เป็นมาสค็อต แต่เจ้าภาพก็เกือบทำเรื่องขายขี้หน้า เมื่อทำถ้วยฟุตบอลโลก “ฌูลส์ ริเม่ต์” หายระหว่างเดินสายโชว์ แต่เคราะห์ดีที่หาเจอ

กระนั้นแม้ชาติจากแอฟริกาจะบอยคอตต์การแข่งขันครั้งนี้ แต่ยังคงมีถึง 70 ชาติที่เข้าร่วมเวทีสังฆกรรม ซึ่ง ณ เวลานั้นถือว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดย โปรตุเกส และ เกาหลีเหนือ สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าไปลุยรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรก

สุดท้าย อาร์เจนตินา, บัลแกเรีย, ชิลี, ฝรั่งเศส, ฮังการี, อิตาลี, เกาหลีเหนือ, เม็กซิโก, โปรตุเกส, สเปน, สวิตเซอร์แลนด์, อุรุกวัย, สหภาพโซเวียต, เยอรมันตะวันตก คือ 14 ชาติที่ตามไปสมทบกับเจ้าภาพ อังกฤษ และแชมป์เก่า บราซิล ในรอบสุดท้าย

แล้ววันที่ 11 กรกฏาคม 1966 ศึกฟุตบอลโลก 1966 ก็ได้ฤกษ์อุบัติขึ้น แต่ด้วยการที่หลายชาติหันมาเน้นแท็กติกเกมรับมากกว่าเดินหน้าห่ำหั่นเหมือนครั้งก่อน ทำให้การพังประตูดูจะลดน้อยถอยลงไปอีก

แถม บราซิล ยังกลายเป็นแชมป์เก่าทีมแรกที่มีอันต้องร่วงตกรอบแบ่งกลุ่มกลับไปเลียแผลใจที่บ้านเกิด ทั้งที่มี เปเล่ และ การ์รินช่า นำทัพ รวมไปถึง เอดู กับ ทอสเตา สองดาวรุ่งความหวังใหม่ในการไล่ล่าแชมป์โลก

แต่การแข่งขันก็ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความตื่นเต้น โดยเกมระหว่าง อังกฤษ กับ อาร์เจนตินา ในรอบควอเตอร์ไฟนอลครั้งนี้เอง ที่ก่อให้เกิดความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างทั้งสองชาติ เมื่อ อันโตนิโอ รัตติน มิดฟิลด์อาร์เจนไตน์ โดนไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 35

ซึ่ง รัตติน โมโหการทำหน้าที่ของ รูดอล์ฟ ครีทเลียน ผู้ตัดสินชาวเยอรมัน จนต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวออกจากสนาม ก่อนที่ เจฟฟ์ เฮิร์สท์ จะซัดประตูชัยจากจังหวะล้ำหน้า จนแมตช์นี้เป็นที่กล่าวขานไปทั่ว อาร์เจนตินา ว่า “การปล้นในรอบทศวรรษ”

ส่วนในรอบรองชนะเลิศ เจ้าภาพ อังกฤษ โคจรไปพบกับม้ามืด โปรตุเกส ที่มี ยูเซบิโอ นำทัพ ต่อหน้าผู้ชม 95,000 คน ที่เวมบลีย์ ก่อนจะเป็นพลพรรค “สิงโตคำราม” เบียดเอาชนะหวุดหวิด 2-1 จากการเหมายิงคนเดียวของ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

นัดชิงที่เวมบลีย์ เจ้าภาพ อังกฤษ โคจรมาพบกับ เยอรมันตะวันตก ซึ่งทั้งสองทีมต่างขนดาวดังลงสนามครบครัน ทำให้รูปเกมเป็นไปอย่างคู่คี่สูสี ก่อนจะจบลงด้วยการเสมอ 2-2 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปเพื่อหาผู้ชนะ

โดยในช่วงต่อเวลาพิเศษนี่เองที่ อังกฤษ มาพังประตูชัย 4-2 จากการยิงของ เฮิร์ส ผงาดคว้าแชมป์โลกสมัยแรกไปครองอย่างยิ่งใหญ่ แม้ประตูดังกล่าวจะกลายเป็นประเด็นถกเถียงมาจนถึงทุกวันนี้ว่าลูกมันข้ามเส้นเข้าไปหรือยัง

 

สรุปผลฟุตบอลโลก 1966

แชมป์ : อังกฤษ

รองแชมป์ : เยอรมันตะวันตก

อันดับ 3 : โปรตุเกส

อันดับ 4 : สหภาพโซเวียต

ดาวซัลโว : ยูเซบิโอ (โปรตุเกส) 9 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : บ็อบบี้ ชาร์ลตัน (อังกฤษ)

ดาวรุ่งยอดเยี่ยม : ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ (เยอรมันตะวันตก)

ยอดผู้ชม : 1,563,135 คน เฉลี่ย 48,848 คนต่อเกม

จำนวนแมตช์ : 32

จำนวนประตู : 89 ประตู เฉลี่ย 2.78 ประตูต่อเกม

 

ทีมยอดเยี่ยม

ผู้รักษาประตู : กอร์ดอน แบงค์ (อังกฤษ)

กองหลัง : จอร์จ โคเฮน, บ็อบบี้ มัวร์ (อังกฤษ), วิเซนเต้ (โปรตุเกส), ซิลวิโอ มาร์โซลินี่ (อาร์เจนตินา)

กองกลาง : ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์( เยอรมันตะวันตก), มาริโอ โคลูน่า (โปรตุเกส), บ็อบบี้ ชาร์ลตัน (อังกฤษ)

กองหน้า : ฟลอเรียน อัลแบร์ต (ฮังการี), อูเว่ ซีเลอร์ (เยอรมันตะวันตก), ยูเซบิโอ (โปรตุเกส)

 

Writen by suspicious

Join the discussion

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *